CDP กุญแจสำคัญ พาธุรกิจ Real Estate ก้าวกระโดด




Real Estate ในปัจจุบันที่มีการแข่งขันสูง การมี Customer Data Platform หรือ CDP ที่สามารถรวบรวมข้อมูลลูกค้าจากช่องทางต่างๆที่อยู่กระจายไปทั้ง Online และ Offline ไว้ใน platform เดียวและแสดงผลข้อมูลทั้งหมดของลูกค้าทุกคนให้อยู่ในที่เดียวจึงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยในด้านการพัฒนาธุรกิจและการเติบโตของยอดขาย เช่นเดียวกับลูกค้าในธุรกิจ Real Estate ของ Connect X ที่มีการนำ CDP จาก Connect X เข้ามาใช้เพื่อเก็บ Customer Data ตั้งแต่ต้นทางไม่ว่าจะเป็น Customer Interest and Behavior จาก Feature Social Media และ Ads&Website Tracking ไปจนถึงการเก็บ Customer Profile ของลูกค้า ซึ่งจะเห็นได้ว่าธุรกิจ Real Estate ในปัจจุบันมีการยิงโฆษณาผ่านทาง Online มากขึ้นทั้ง Social Media ช่องทางต่างๆและ Website ทำให้ข้อมูลลูกค้าที่เก็บมาได้นั้นกระจายไปอยู่ทุกช่องทาง ซึ่งการนำ CDP มาใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลไว้ใน Platform เดียวนั้นจึงเป็นตัวช่วยในการลดปัญหาเรื่องข้อมูลลูกค้าที่อยู่กระจัดกระจายตามช่องทางต่างๆได้และยังช่วยให้สามารถนำข้อมูลไปใช้งานต่อได้สะดวกมากขึ้น


เจาะลึกภาพการทำงานของ CDP จาก Connect X
ภาพด้านบนแสดงให้เห็นถึงกระบวนการทำงานของ CDP ที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถรวบรวมและแปลงข้อมูลกระจัดกระจายให้กลายเป็นมุมมองเดียวของลูกค้าแต่ละราย (Customer Single View) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถอธิบายได้เป็นขั้นตอนดังนี้:
1. เริ่มต้นจาก Unknown Customer
ลูกค้าเริ่มต้นจากการเป็นบุคคลนิรนาม (Unknown) ที่คลิกโฆษณาไม่ว่าจะเป็นบน Facebook, Google Ads หรือเว็บไซต์ของแบรนด์ โดยในขั้นตอนนี้ระบบจะเริ่มทำ Ads Tracking โดยเก็บ:
Cookie ID และ IP Address
ประเภทอุปกรณ์และเบราว์เซอร์
พิกัดและแหล่งที่มาของทราฟฟิก
2. Web Tracking เก็บข้อมูลเชิงพฤติกรรม
เมื่อผู้ใช้งานเข้าเว็บไซต์ ข้อมูลที่ถูกติดตามจะลึกขึ้น เช่น:
ลิงก์ที่คลิกหรือหน้าเพจที่ดู
ความสนใจและพฤติกรรมบนเว็บไซต์
เวลาและความถี่ในการเยี่ยมชม
ระบบจะยังคงจัดกลุ่มผู้ใช้งานเป็น Unknown Customer แต่มีข้อมูลเพียงพอสำหรับการทำ Remarketing และ Retargeting ได้ทันที
3. การแปลงจาก Unknown เป็น Known
เมื่อผู้ใช้งานกรอกฟอร์ม เช่น การลงทะเบียน ขอข้อมูลเพิ่มเติม หรือสอบถามผ่านหน้าเว็บไซต์ ระบบจะสามารถจับข้อมูล Customer Profile ได้แก่:
ชื่อ-นามสกุล
เบอร์โทร
อีเมล
ความสนใจ หรือ Budget / Location ที่สนใจ (หากระบุในฟอร์ม)
นี่คือจุดที่ลูกค้ากลายเป็น Known Customer และข้อมูลทั้งหมดจะถูกรวมศูนย์อยู่บนระบบของ Connect X
4. สร้าง Unified Customer View
ข้อมูลจากหลายแหล่งจะถูกหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวบนระบบของ CDP ของ Connect X ซึ่งประกอบด้วย:
ข้อมูลระบุตัวตน (Cookie ID, ชื่อ, เบอร์, อีเมล)
โปรไฟล์พฤติกรรม (สนใจบ้านหรือคอนโด, พื้นที่เป้าหมาย, งบประมาณ)
ประวัติการคลิก, การสนทนา และการตอบกลับแคมเปญต่างๆ
ส่งผลให้ทีม Sale หรือ Marketing สามารถ เข้าถึงข้อมูลลูกค้าแบบ 360 องศา พร้อมใช้ต่อยอดกับระบบ Marketing Automation ได้ในขั้นถัดไป
ใช้ CDP แล้วดียังไงกับธุรกิจ Real Estate?
ลดการสูญเสียข้อมูลลูกค้า: ไม่ต้องตามเก็บข้อมูลจากหลายแหล่งแบบกระจัดกระจายอีกต่อไป
รู้จักลูกค้าได้เร็วและลึก: วิเคราะห์ได้ตั้งแต่ความสนใจไปจนถึงขั้นตอนการตัดสินใจซื้อ
สร้าง Personalized Journey: ส่งแคมเปญเฉพาะบุคคลตามพฤติกรรมและความต้องการ เช่น โฆษณาบ้านในโซนกรุงเทพ งบไม่เกิน 3 ล้านบาท
วัดผลได้ชัดเจน: วิเคราะห์ Conversion และประสิทธิภาพของทุกแคมเปญได้แบบเรียลไทม์
เพิ่มยอดขาย: จากข้อมูลจริงของ Connect X แสดงให้เห็นว่าลูกค้าในกลุ่ม Real Estate ที่ใช้ CDP มีอัตรา Engagement เพิ่มขึ้น 40% และยอดขายเติบโตถึง 25%
นอกเหนือจากส่วนที่เก็บรวบรวมข้อมูลแล้ว CDP ยังช่วยส่งเสริมทำให้ Customer Data มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้เมื่อลูกค้ามีการเข้ามา Browsing บน Website ไม่ว่าจะมาจาก Ads หรือจากการ Search ใน Website ซึ่งในขั้นตอนนี้ระบบจะยังไม่รู้จักลูกค้าและเรียกลูกค้ากลุ่มนี้ว่าเป็น Unknown Customer และจะทำการเก็บ Cookie ID รวมถึง Customer Interest and Behavior ไว้เพื่อดูว่าลูกค้าสนใจ Website หน้าไหนหรือสินค้าอะไรบ้าง และเมื่อลูกค้าสนใจสินค้าภายใน Website นั้นและกดเข้ามาดูสินค้าพร้อมกับ Drop Form เข้ามา ระบบก็จะสามารถเก็บ Customer Profile มาได้ทั้ง ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และ E-mail ของลูกค้ารวมไปถึง Requirement ต่างๆที่ลูกค้าต้องการได้ ทำให้จาก Unknown Customer เปลี่ยนมาเป็น Known Customer และข้อมูลที่ได้จากขั้นตอนนี้ถือเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในขั้นตอนต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการให้ Sales โทรไปเพื่อนำเสนอสินค้าและบริการตามที่ลูกค้าแจ้ง Requirement มาได้อย่างตรงจุด หรือการทำ Audience Segmentation เพื่อแบ่งกลุ่มลูกค้าและต่อยอดในการนำไปทำ Marketing Automation เพื่อส่ง Personalized Engagement ไปให้ลูกค้าได้ตรงจุดเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้เฉพาะเจาะจงมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ลูกค้าในธุรกิจ Real Estate บางคนสนใจบ้าน บางคนต้องการดูคอนโด หรือบางคนที่มองหาที่อยู่เช่น อยากได้อาศัยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ, งบประมาณไม่เกิน 3 ล้าน, อยากได้ที่พักเป็นคอนโด ก็สามารถส่ง Ads, โปรโมชั่นหรือข้อมูลที่มีความเฉพาะเจาะจงให้กับลูกค้าแต่ละคนได้ตรงกับความต้องการมากที่สุด นอกจากนี้ยังสามารถดูประสิทธิภาพของ Campaign Performance ที่มีการลงไปในแต่ละเดือนว่ามี Conversion กลับมาเท่าไหร่ได้ด้วย
ปฏิเสธไม่ได้ว่าในยุคที่ธุรกิจถูกขับเคลื่อนด้วย Data การใช้ Customer Data Platform ที่สามารถจัดการและเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงลึกของลูกค้าไว้ได้ในที่เดียว เป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญต่อธุรกิจ ซึ่ง CDP ของ Connect X นอกจากจะสามารถเก็บรวมรวมข้อมูลได้แล้วยังมี Features ที่ตอบโจทย์ไม่ว่าจะเป็น Social Media ,Ads&Web Tracking รวมไปถึงการทำ Audience Segmentation เพื่อต่อยอดในการทำMarketing Automation ซึ่งช่วยในเรื่อง Marketing Campaign และทำให้ได้ Engagement จากลูกค้ากลับมามากขึ้น 40% และที่สำคัญที่สุดคือช่วยเรื่องการเติบโตของยอดขายได้มากถึง 25% นอกจากประโยชน์ในด้านการเติบโตของธุรกิจแล้ว CDP ยังเข้ามาช่วยเรื่องการทำงานให้สะดวกมากขึ้นและประหยัดเวลาได้ด้วย


เจาะลึกภาพการทำงานของ CDP จาก Connect X
ภาพด้านบนแสดงให้เห็นถึงกระบวนการทำงานของ CDP ที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถรวบรวมและแปลงข้อมูลกระจัดกระจายให้กลายเป็นมุมมองเดียวของลูกค้าแต่ละราย (Customer Single View) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถอธิบายได้เป็นขั้นตอนดังนี้:
1. เริ่มต้นจาก Unknown Customer
ลูกค้าเริ่มต้นจากการเป็นบุคคลนิรนาม (Unknown) ที่คลิกโฆษณาไม่ว่าจะเป็นบน Facebook, Google Ads หรือเว็บไซต์ของแบรนด์ โดยในขั้นตอนนี้ระบบจะเริ่มทำ Ads Tracking โดยเก็บ:
Cookie ID และ IP Address
ประเภทอุปกรณ์และเบราว์เซอร์
พิกัดและแหล่งที่มาของทราฟฟิก
2. Web Tracking เก็บข้อมูลเชิงพฤติกรรม
เมื่อผู้ใช้งานเข้าเว็บไซต์ ข้อมูลที่ถูกติดตามจะลึกขึ้น เช่น:
ลิงก์ที่คลิกหรือหน้าเพจที่ดู
ความสนใจและพฤติกรรมบนเว็บไซต์
เวลาและความถี่ในการเยี่ยมชม
ระบบจะยังคงจัดกลุ่มผู้ใช้งานเป็น Unknown Customer แต่มีข้อมูลเพียงพอสำหรับการทำ Remarketing และ Retargeting ได้ทันที
3. การแปลงจาก Unknown เป็น Known
เมื่อผู้ใช้งานกรอกฟอร์ม เช่น การลงทะเบียน ขอข้อมูลเพิ่มเติม หรือสอบถามผ่านหน้าเว็บไซต์ ระบบจะสามารถจับข้อมูล Customer Profile ได้แก่:
ชื่อ-นามสกุล
เบอร์โทร
อีเมล
ความสนใจ หรือ Budget / Location ที่สนใจ (หากระบุในฟอร์ม)
นี่คือจุดที่ลูกค้ากลายเป็น Known Customer และข้อมูลทั้งหมดจะถูกรวมศูนย์อยู่บนระบบของ Connect X
4. สร้าง Unified Customer View
ข้อมูลจากหลายแหล่งจะถูกหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวบนระบบของ CDP ของ Connect X ซึ่งประกอบด้วย:
ข้อมูลระบุตัวตน (Cookie ID, ชื่อ, เบอร์, อีเมล)
โปรไฟล์พฤติกรรม (สนใจบ้านหรือคอนโด, พื้นที่เป้าหมาย, งบประมาณ)
ประวัติการคลิก, การสนทนา และการตอบกลับแคมเปญต่างๆ
ส่งผลให้ทีม Sale หรือ Marketing สามารถ เข้าถึงข้อมูลลูกค้าแบบ 360 องศา พร้อมใช้ต่อยอดกับระบบ Marketing Automation ได้ในขั้นถัดไป
ใช้ CDP แล้วดียังไงกับธุรกิจ Real Estate?
ลดการสูญเสียข้อมูลลูกค้า: ไม่ต้องตามเก็บข้อมูลจากหลายแหล่งแบบกระจัดกระจายอีกต่อไป
รู้จักลูกค้าได้เร็วและลึก: วิเคราะห์ได้ตั้งแต่ความสนใจไปจนถึงขั้นตอนการตัดสินใจซื้อ
สร้าง Personalized Journey: ส่งแคมเปญเฉพาะบุคคลตามพฤติกรรมและความต้องการ เช่น โฆษณาบ้านในโซนกรุงเทพ งบไม่เกิน 3 ล้านบาท
วัดผลได้ชัดเจน: วิเคราะห์ Conversion และประสิทธิภาพของทุกแคมเปญได้แบบเรียลไทม์
เพิ่มยอดขาย: จากข้อมูลจริงของ Connect X แสดงให้เห็นว่าลูกค้าในกลุ่ม Real Estate ที่ใช้ CDP มีอัตรา Engagement เพิ่มขึ้น 40% และยอดขายเติบโตถึง 25%
นอกเหนือจากส่วนที่เก็บรวบรวมข้อมูลแล้ว CDP ยังช่วยส่งเสริมทำให้ Customer Data มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้เมื่อลูกค้ามีการเข้ามา Browsing บน Website ไม่ว่าจะมาจาก Ads หรือจากการ Search ใน Website ซึ่งในขั้นตอนนี้ระบบจะยังไม่รู้จักลูกค้าและเรียกลูกค้ากลุ่มนี้ว่าเป็น Unknown Customer และจะทำการเก็บ Cookie ID รวมถึง Customer Interest and Behavior ไว้เพื่อดูว่าลูกค้าสนใจ Website หน้าไหนหรือสินค้าอะไรบ้าง และเมื่อลูกค้าสนใจสินค้าภายใน Website นั้นและกดเข้ามาดูสินค้าพร้อมกับ Drop Form เข้ามา ระบบก็จะสามารถเก็บ Customer Profile มาได้ทั้ง ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และ E-mail ของลูกค้ารวมไปถึง Requirement ต่างๆที่ลูกค้าต้องการได้ ทำให้จาก Unknown Customer เปลี่ยนมาเป็น Known Customer และข้อมูลที่ได้จากขั้นตอนนี้ถือเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในขั้นตอนต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการให้ Sales โทรไปเพื่อนำเสนอสินค้าและบริการตามที่ลูกค้าแจ้ง Requirement มาได้อย่างตรงจุด หรือการทำ Audience Segmentation เพื่อแบ่งกลุ่มลูกค้าและต่อยอดในการนำไปทำ Marketing Automation เพื่อส่ง Personalized Engagement ไปให้ลูกค้าได้ตรงจุดเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้เฉพาะเจาะจงมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ลูกค้าในธุรกิจ Real Estate บางคนสนใจบ้าน บางคนต้องการดูคอนโด หรือบางคนที่มองหาที่อยู่เช่น อยากได้อาศัยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ, งบประมาณไม่เกิน 3 ล้าน, อยากได้ที่พักเป็นคอนโด ก็สามารถส่ง Ads, โปรโมชั่นหรือข้อมูลที่มีความเฉพาะเจาะจงให้กับลูกค้าแต่ละคนได้ตรงกับความต้องการมากที่สุด นอกจากนี้ยังสามารถดูประสิทธิภาพของ Campaign Performance ที่มีการลงไปในแต่ละเดือนว่ามี Conversion กลับมาเท่าไหร่ได้ด้วย
ปฏิเสธไม่ได้ว่าในยุคที่ธุรกิจถูกขับเคลื่อนด้วย Data การใช้ Customer Data Platform ที่สามารถจัดการและเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงลึกของลูกค้าไว้ได้ในที่เดียว เป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญต่อธุรกิจ ซึ่ง CDP ของ Connect X นอกจากจะสามารถเก็บรวมรวมข้อมูลได้แล้วยังมี Features ที่ตอบโจทย์ไม่ว่าจะเป็น Social Media ,Ads&Web Tracking รวมไปถึงการทำ Audience Segmentation เพื่อต่อยอดในการทำMarketing Automation ซึ่งช่วยในเรื่อง Marketing Campaign และทำให้ได้ Engagement จากลูกค้ากลับมามากขึ้น 40% และที่สำคัญที่สุดคือช่วยเรื่องการเติบโตของยอดขายได้มากถึง 25% นอกจากประโยชน์ในด้านการเติบโตของธุรกิจแล้ว CDP ยังเข้ามาช่วยเรื่องการทำงานให้สะดวกมากขึ้นและประหยัดเวลาได้ด้วย


เจาะลึกภาพการทำงานของ CDP จาก Connect X
ภาพด้านบนแสดงให้เห็นถึงกระบวนการทำงานของ CDP ที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถรวบรวมและแปลงข้อมูลกระจัดกระจายให้กลายเป็นมุมมองเดียวของลูกค้าแต่ละราย (Customer Single View) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถอธิบายได้เป็นขั้นตอนดังนี้:
1. เริ่มต้นจาก Unknown Customer
ลูกค้าเริ่มต้นจากการเป็นบุคคลนิรนาม (Unknown) ที่คลิกโฆษณาไม่ว่าจะเป็นบน Facebook, Google Ads หรือเว็บไซต์ของแบรนด์ โดยในขั้นตอนนี้ระบบจะเริ่มทำ Ads Tracking โดยเก็บ:
Cookie ID และ IP Address
ประเภทอุปกรณ์และเบราว์เซอร์
พิกัดและแหล่งที่มาของทราฟฟิก
2. Web Tracking เก็บข้อมูลเชิงพฤติกรรม
เมื่อผู้ใช้งานเข้าเว็บไซต์ ข้อมูลที่ถูกติดตามจะลึกขึ้น เช่น:
ลิงก์ที่คลิกหรือหน้าเพจที่ดู
ความสนใจและพฤติกรรมบนเว็บไซต์
เวลาและความถี่ในการเยี่ยมชม
ระบบจะยังคงจัดกลุ่มผู้ใช้งานเป็น Unknown Customer แต่มีข้อมูลเพียงพอสำหรับการทำ Remarketing และ Retargeting ได้ทันที
3. การแปลงจาก Unknown เป็น Known
เมื่อผู้ใช้งานกรอกฟอร์ม เช่น การลงทะเบียน ขอข้อมูลเพิ่มเติม หรือสอบถามผ่านหน้าเว็บไซต์ ระบบจะสามารถจับข้อมูล Customer Profile ได้แก่:
ชื่อ-นามสกุล
เบอร์โทร
อีเมล
ความสนใจ หรือ Budget / Location ที่สนใจ (หากระบุในฟอร์ม)
นี่คือจุดที่ลูกค้ากลายเป็น Known Customer และข้อมูลทั้งหมดจะถูกรวมศูนย์อยู่บนระบบของ Connect X
4. สร้าง Unified Customer View
ข้อมูลจากหลายแหล่งจะถูกหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวบนระบบของ CDP ของ Connect X ซึ่งประกอบด้วย:
ข้อมูลระบุตัวตน (Cookie ID, ชื่อ, เบอร์, อีเมล)
โปรไฟล์พฤติกรรม (สนใจบ้านหรือคอนโด, พื้นที่เป้าหมาย, งบประมาณ)
ประวัติการคลิก, การสนทนา และการตอบกลับแคมเปญต่างๆ
ส่งผลให้ทีม Sale หรือ Marketing สามารถ เข้าถึงข้อมูลลูกค้าแบบ 360 องศา พร้อมใช้ต่อยอดกับระบบ Marketing Automation ได้ในขั้นถัดไป
ใช้ CDP แล้วดียังไงกับธุรกิจ Real Estate?
ลดการสูญเสียข้อมูลลูกค้า: ไม่ต้องตามเก็บข้อมูลจากหลายแหล่งแบบกระจัดกระจายอีกต่อไป
รู้จักลูกค้าได้เร็วและลึก: วิเคราะห์ได้ตั้งแต่ความสนใจไปจนถึงขั้นตอนการตัดสินใจซื้อ
สร้าง Personalized Journey: ส่งแคมเปญเฉพาะบุคคลตามพฤติกรรมและความต้องการ เช่น โฆษณาบ้านในโซนกรุงเทพ งบไม่เกิน 3 ล้านบาท
วัดผลได้ชัดเจน: วิเคราะห์ Conversion และประสิทธิภาพของทุกแคมเปญได้แบบเรียลไทม์
เพิ่มยอดขาย: จากข้อมูลจริงของ Connect X แสดงให้เห็นว่าลูกค้าในกลุ่ม Real Estate ที่ใช้ CDP มีอัตรา Engagement เพิ่มขึ้น 40% และยอดขายเติบโตถึง 25%
นอกเหนือจากส่วนที่เก็บรวบรวมข้อมูลแล้ว CDP ยังช่วยส่งเสริมทำให้ Customer Data มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้เมื่อลูกค้ามีการเข้ามา Browsing บน Website ไม่ว่าจะมาจาก Ads หรือจากการ Search ใน Website ซึ่งในขั้นตอนนี้ระบบจะยังไม่รู้จักลูกค้าและเรียกลูกค้ากลุ่มนี้ว่าเป็น Unknown Customer และจะทำการเก็บ Cookie ID รวมถึง Customer Interest and Behavior ไว้เพื่อดูว่าลูกค้าสนใจ Website หน้าไหนหรือสินค้าอะไรบ้าง และเมื่อลูกค้าสนใจสินค้าภายใน Website นั้นและกดเข้ามาดูสินค้าพร้อมกับ Drop Form เข้ามา ระบบก็จะสามารถเก็บ Customer Profile มาได้ทั้ง ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และ E-mail ของลูกค้ารวมไปถึง Requirement ต่างๆที่ลูกค้าต้องการได้ ทำให้จาก Unknown Customer เปลี่ยนมาเป็น Known Customer และข้อมูลที่ได้จากขั้นตอนนี้ถือเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในขั้นตอนต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการให้ Sales โทรไปเพื่อนำเสนอสินค้าและบริการตามที่ลูกค้าแจ้ง Requirement มาได้อย่างตรงจุด หรือการทำ Audience Segmentation เพื่อแบ่งกลุ่มลูกค้าและต่อยอดในการนำไปทำ Marketing Automation เพื่อส่ง Personalized Engagement ไปให้ลูกค้าได้ตรงจุดเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้เฉพาะเจาะจงมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ลูกค้าในธุรกิจ Real Estate บางคนสนใจบ้าน บางคนต้องการดูคอนโด หรือบางคนที่มองหาที่อยู่เช่น อยากได้อาศัยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ, งบประมาณไม่เกิน 3 ล้าน, อยากได้ที่พักเป็นคอนโด ก็สามารถส่ง Ads, โปรโมชั่นหรือข้อมูลที่มีความเฉพาะเจาะจงให้กับลูกค้าแต่ละคนได้ตรงกับความต้องการมากที่สุด นอกจากนี้ยังสามารถดูประสิทธิภาพของ Campaign Performance ที่มีการลงไปในแต่ละเดือนว่ามี Conversion กลับมาเท่าไหร่ได้ด้วย
ปฏิเสธไม่ได้ว่าในยุคที่ธุรกิจถูกขับเคลื่อนด้วย Data การใช้ Customer Data Platform ที่สามารถจัดการและเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงลึกของลูกค้าไว้ได้ในที่เดียว เป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญต่อธุรกิจ ซึ่ง CDP ของ Connect X นอกจากจะสามารถเก็บรวมรวมข้อมูลได้แล้วยังมี Features ที่ตอบโจทย์ไม่ว่าจะเป็น Social Media ,Ads&Web Tracking รวมไปถึงการทำ Audience Segmentation เพื่อต่อยอดในการทำMarketing Automation ซึ่งช่วยในเรื่อง Marketing Campaign และทำให้ได้ Engagement จากลูกค้ากลับมามากขึ้น 40% และที่สำคัญที่สุดคือช่วยเรื่องการเติบโตของยอดขายได้มากถึง 25% นอกจากประโยชน์ในด้านการเติบโตของธุรกิจแล้ว CDP ยังเข้ามาช่วยเรื่องการทำงานให้สะดวกมากขึ้นและประหยัดเวลาได้ด้วย
Contact Us
Connect X
No. 75/42, 14th Floor, Richmond Building,
Sukhumvit 26, Khlong Tan, Khlong Toei District,
Bangkok 10110
Monday – Friday 08:00 – 17:00
Closed Saturday – Sunday
Email: sales@connect-x.tech
Tel: 098-850-9558
Contact Us
Connect X
No. 75/42, 14th Floor, Richmond Building,
Sukhumvit 26, Khlong Tan, Khlong Toei District,
Bangkok 10110
Monday – Friday 08:00 – 17:00
Closed Saturday – Sunday
Email: sales@connect-x.tech
Tel: 098-850-9558
Contact Us
Connect X
No. 75/42, 14th Floor, Richmond Building,
Sukhumvit 26, Khlong Tan, Khlong Toei District,
Bangkok 10110
Monday – Friday 08:00 – 17:00
Closed Saturday – Sunday
Email: sales@connect-x.tech
Tel: 098-850-9558




